ผู้ลงนามงดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2553
จำนวนผู้ลงนาม Online  4593  คน
  ร่วมลงนามงดเหล้าได้ที่นี่
 
เมนูหลัก
English Version
หน้าแรก
เกี่ยวกับโครงการรณรงค์
เว็บบอร์ด Stopdrink
จดหมายข่าว
เอกสารสิ่งพิมพ์
ดาวน์โหลดสื่อร่วมรณรงค์
ขอสื่อร่วมรณรงค์
ข้อมูลเครือข่าย
ติดต่อเรา
รวมลิงค์
 
ข่าว
ข่าวรอบสัปดาห์
ข่าวรณรงค์
ข่าวผลจากแอลกอฮอล์
ข่าวต่างประเทศ
ข่าวจากภาคี
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง
ประกาศจัดซื้อจัดจ้างผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ 12-16 พ.ค 53
 
ค้นหาข่าวทั้งหมด
   
นู๋จุกมาแว้วววว.....
 
รณรงค์เลิกเหล้า
งดน้ำเมาในงานบุญประเพณี 12 เดือน
การสนับสนุนบังคับใช้กฎหมายและนโยบาย
งดเหล้าเข้าพรรษา
ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่
กลุ่มแท็กซี่สามล้อและโชเฟอร์รถสาธารณะ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม
ชุมชนต้นแบบ
 
เสียงสะท้อยจากเยาวชน
เสียงที่ 1
เสียงที่ 2
เสียงที่ 3
เสียงที่ 4
 
Games
 
 
 
ข่าวรณรงค์
ยุทธศาสตร์บุญประเพณีปลอดเหล้า 12 เดือน
25 สิงหาคม 2552

 

ยุทธศาสตร์บุญประเพณีปลอดเหล้า 12 เดือน

 

 

ทำไมต้องบุญประเพณี

                คำกล่าวที่ว่า คนกินเหล้าเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่างานไหน ไม่ว่างานบุญ งานศพ งานดีใจ เสียใจ ก็มีคนกินเหล้า ทั้งๆ ที่ในทางศาสนาทุกศาสนา สอนให้คนปฏิเสธ และชี้ให้เห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีก็ตาม

 

บริษัทผลิตแอลกอฮอล์ ใช้งานบุญประเพณีเป็นช่องทางการขาย และ สร้างภาพลักษณ์

                เมื่อการกินเหล้าในงานต่างๆ มีอยู่แล้ว จึงทำให้พวกบริษัทเหล่านี้ เห็นช่องทางการขาย โดยการเข้าไปทางอ้อมผ่านการสนับสนุนการจัดงาน ให้งบประมาณ ให้สิ่งอำนวยความสะดวก และให้กิจกรรมบันเทิงต่างๆ โดยผู้จัดงานเองไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกใช้ให้เป็นประโยชน์แก่บริษัท  โดยประโยชน์ที่เขาได้รับคือ สร้างความรู้สึกว่าการกินเหล้าเป็นเรื่องปกติ  การสนับสนุนงานทำให้ภาพลักษณ์ของเขาดูดีเป็นผู้ทำประโยชน์  แต่ระหว่างงานหรือจบงานไปแล้ว ปัญหาต่างๆที่ตามมา เช่น เมื่อคนเมาขาดสติก็ทำร้ายกัน เกิดอุบัติเหตุจราจร ไปทำร้ายครอบครัวที่บ้านอีก เป็นต้น รวมทั้ง การมีกิจกรรมไม่เหมาะสมต่างๆ ตามในงานอีกมากมาย เพราะความเมาขาดสตินั่นเอง  ถึงที่สุดแล้ว ปีแล้วปีเล่า ทำให้งานบุญประเพณีกลายเป็นงานเสื่อมลงไป

 

เวลานี้ เกิดเป็นค่านิยมว่า จัดงานบุญต้องเลี้ยงเหล้า

                น่าสงสารคนรุ่นลูกรุ่นหลาน หากไม่รีบแก้ไขเปลี่ยนค่านิยม เลี้ยงเหล้าในงานบุญ งานประเพณี เพราะเกิดความรู้สึกกันว่า เหล้าเบียร์ เป็นเรื่องของการแสดงฐานะกันในสังคม หากบ้านไหนจัดงานแล้วไม่เลี้ยงหล้า เลี้ยงเบียร์ ก็หาว่าเป็นคนตระหนี่  ใจคอคับแคบ  รวมทั้งฐานะไม่ดี  และ ถ้าเลี้ยงแล้วเป็นเหล้าเป็นเบียร์มีราคามียี่ห้อก็ถือว่า ใจคอกว้างขวาง  มีฐานะดี โดยอาจมีนินทาลับหลัง และเจ้าภาพเองก็ต้องกู้เงินเป็นหนี้เป็นสินกัน คำถามคือ มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร หากไม่เกิดจากการโฆษณา เช่น โฆษณาเบียร์ยี่ห้อลีโอที่ออกมายุคแรกๆ ที่ผู้ว่าขึ้นไปอวยพรบนเวที ชวนให้ดื่มเบียร์

และหากไม่รีบแก้ไขลูกหลานก็คงก่นด่าว่า คนรุ่นเราสร้างคามเสื่อมเสียทิ้งไว้ให้เขา ทำไมเราไม่มา แป๋งดีฮือลูก แป๋งถูกไว้ฮือหลาน (สร้างสิ่งที่ดีไว้ให้ลูก สร้างสิ่งที่ถูกต้องไว้ให้หลาน) นอกจากนั้น ด้วยความที่นักดื่มหน้าเก่าทั้งหลายก็มีความอยากกินของคนอื่น ก็มักจะพูดจาว่ากล่าว นินทาเสียงดัง จนเจ้าภาพงานหากอดรนทนไม่ได้ก็เสียหน้ากันไป ซึ่งจริงๆ ก็ยังไม่เท่ากับว่า พระสงฆ์ซึ่งเป็นผู้ชี้แนะศีลธรรมเอง หลายท่านหล่นรูปก็ขาดความเข้มแข็งที่จะชี้แนะทิศทางที่ถูก หรือไม่ก็ต้องเข้าข้างคนจัดงาน บางทีก็เลยจะเอาหูไปนาเอาตาไปไร่เสีย  นานเข้าก็เลยตามเลย ค่านิยมนี้เลยเกิดขึ้นซึมลึกอยู่จนทุกวันนี้

 

รากเหง้าที่แท้จริงงานบุญประเพณี

ขึ้นชื่อว่างานบุญ งานประเพณี ย่อมหมายถึง พิธีกรรมที่ต้องลด ละ พิธีกรรมที่ต้องเสียสละ การให้ทาน การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทั้งต่อคนด้วยกัน และ ต่อธรรมชาติ รวมทั้ง สิ่งเหลือธรรมชาติ  หากแต่การมีเครื่องดื่มน้ำเมา เริ่มจะส่งผลทำลายงานบุญงานประเพณีมาประมาณ 20 ปี นับปี 2530 หลังจากที่เกิดการเปลี่ยนแปลงสัปทานโรงเหล้ามาอยู่ในมือของคุณเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าพ่อน้ำเมา โดยการรวมมือของนักการเมืองหวังแต่ได้  บริษัทนี้ได้ใช้กระบวนการการตลาดทุกรูปแบบเพื่อให้ตนเองกำไรสูงสุด บนความทุกข์ยากของคนไทย และพร้อมกันนั้น เกิดการแข่งขันอย่างเข้มข้น ทุกรูปแบบ ทั้ง เหล้า เบียร์ ไวน์  เข้าไปแทบทุกงาน ไม่สนใจบุญบาป  จนพี่น้องประชาชนต่างหลงเชื่อไปกับการโฆษณาการตลาด และ ราคาที่ต่ำ งานบุญที่แท้ก็เลยกลายเป็นงานบาป  เข้าไม่ถึงรากเหง้าของบุญ ของประเพณีที่ดีงาม

 

มาร่วมเปลี่ยนค่านิยมที่ไม่เหมาะสม

                ค่านิยมขิงคนในสังคม เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ แต่รูปแบบรากเหง้าของงานบุญงานประเพณี เป็นรากฐานมีแนวปฏิบัติและเจตนารมณ์ที่คนโบราณได้สร้างไว้แล้ว  เราคนรุ่นนี้ก็สามารถจรรโลงรักษารากเหง้าของเราไว้ และเมื่อรู้ว่า ค่านิยมที่ไม่เหมาะสมเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องช่วยกันปรับปรุงแก้ไข ซึ่งอยู่ในวิสัยจะแก้ไขได้

 

การประกาศเจตนารมณ์วันที่ 3-4 มีนาคม 2552

ณ ศูนย์วิจัยจุฬาภรณ์

 

 

NEWS เครือข่ายต้านเหล้าประกาศเจตนารมณ์หนุนงานประเพณีปลอดเหล้า คลิ๊ก

NEWS สังคมเสื่อม! ค่าเหล้างานบุญประเพณีสูงกว่าเงินทำบุญถึง 1 เท่า คลิ๊ก

 

ความเห็นที่ตรงถูกต้อง
เป็นลักษณะที่ตัดสินบุญกิริยาวัตถุทุกอย่าง
เมื่อจะทำบุญอย่างหนึ่งอย่างใดก็ตาม
บุญนั้นจะมีผลมาก
ก็เพราะความเห็นความเข้าใจถูกตรง

                                                                            พุทธพจน์

หลักการและเหตุผล

การแก้ไขปัญหาการดื่มแอลกอฮอล์ จำเป็นต้องพิจารณาแนวทางต่างๆ และวิเคราะห์สภาพปัญหาให้ชัดเจน ซึ่งจากประสบการณ์การแก้ไขปัญหาทั่วโลก พบว่า การยกเลิกการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น เกิดมาเฟียที่ค้าเหล้าเถื่อน เป็นต้น อีกทั้ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสารเสพติดชนิดหนึ่ง ซึ่งจะมีประชาชนจำนวนหนึ่งที่ติดอยู่แล้ว นอกจากนั้น ธุรกิจแอลกอฮอล์ได้ฝังรากลึกในโครงสร้างสังคม การเมือง ทำให้การยกเลิกการผลิตเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย อย่างไรก็ตาม การควบคุมให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ในกรอบของกฎหมาย รวมทั้ง การปลุกฝังความรู้ความเข้าใจในวัยเด็ก การแก้ไขปัญหาคนติดเหล้า การรณรงค์ทางสังคม และการปรับสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดื่มแอลกอฮอล์ เช่น งานบุญประเพณีต่างๆ ซึ่งไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะมีการขาย หรือ ดื่ม ประกอบกับ ธุรกิจแอลกอฮอล์ ได้ใช้โอกาสของงานบุญประเพณีเหล่านี้เป็นช่องทางในการส่งเสริมการขาย สร้างภาพลักษณ์ เพื่อค้าขายหากำไร หรือเพิ่มนักดื่มหน้าใหม่  ก็เป็นแนวทางสำคัญโดยใช้ประกอบกับแนวทางอื่นๆ ด้วย

                 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้ร่วมองค์กรประชาคมงดเหล้าทั่วประเทศ และ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ต่างๆ ร่วมกันรณรงค์ให้คนในสังคมตระหนักถึงทุกประเพณีที่เปื้อนเหล้าอยู่ ว่า ไม่เป็นบุญ ไม่ก่อให้เกิดกรรมดี ไม่ก่อให้เกิดกุศล   และขอเชิญทุกคนในสังคมมาร่วมมือกันทำให้ บุญประเพณีปลอดเหล้า  เพื่อให้ประเพณีดังกล่าวนั้นเป็นกุศล  เป็นกรรมดี สืบต่อไป

 

ในประวัติศาสตร์ คนไทยไม่ยุ่งกับน้ำเมา 

                จากการศึกษาของพระไพศาล วิสาโล  (ประวัติศาสตร์การบริโภคสุราในสังคมไทย , 2537) พบว่า ตั้งแต่อดีตมาจนต้นรัตนโกสินทร์นั้น คนไทยไม่ได้ดื่มสุรานัก นักสังเกตการณ์สมัยพระนารายณ์ เช่น ลาลูแบร์  แชรเวส และสังฆราชแห่งเบริธ กล่าวเหมือนกันว่า น้ำบริสุทธ์เป็นเครื่องดื่มทั่วไปของชาวสยาม เครื่องดื่มที่รองลงมาคือน้ำชา ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องดื่มที่ควรค่าแก่การต้อนรับแขกผู้มาเยี่ยม ธรรมเนียมต้อนรับดังกล่าวยังตกทอดมาถึงรัชกาลที่ 4 และ 5 เป็นอย่างน้อย

การที่คนไทยไม่นิยมดื่มสุรา สาเหตุประการสำคัญน่าจะมาจากอิทธิพลทางพุทธศาสนา พุทธศาสนาถือว่าสุรานั้นเป็นโทษควรงดเว้น และในสมัยสุโขทัย พระเจ้าลิไท ได้กล่าวถึงผลร้ายอย่างมหันต์ของผู้บริโภคสุรา โดยเฉพาะหลังความตาย ไว้ใน  ไตรภูมิพระร่วง    อีกทั้งคำสอนที่อยู่ในวรรณกรรมท้องถิ่นมากมายเช่น พระยาคำกอง(สอนไพร่) พญาปู่สอนหลาน การะเกด อันเป็นวรรณกรรมอีสาน และวรรณกรรมภาคใต้ได้แก่  สุทธิกรรม เป็นต้น  ซึ่งความเชื่อดังกล่าวมีผลต่อค่านิยมหรือมาตรฐานเกี่ยวกับความดี กล่าวคือ ถือว่าคนดี โดยเฉพาะผู้ชายที่ดีนั้นคือคนที่ถือศีล 5   คติดังกล่าวฝังรากลึกในสังคมไทยเป็นเวลาหลายศตวรรษ ย้อนไปถึงสมัยพระนารายณ์    แชรเวสได้พูดถึงคตินิยมของคนไทยในเวลานั้นว่า การเป็นนักเลงสุราถือกันว่าเป็นความชั่วอันมิใช่คุณสมบัติของสาธุชน  และลาลูแบร์ก็ว่า การบริโภคสุราเป็นเรื่องน่าละอายสำหรับคนไทย  

ในเหตุผลทางด้านการบริหารราชการแผ่นดิน  ภายใต้กฏหมายตราสามดวง  การบริโภคสุราในชนชั้นเจ้านายและขุนนางในอยุธยาเป็นของห้ามขาด ผู้ละเมิดถือว่า ผู้นั้นทุรยศขบถต่อแผ่นดิน  โดยตุรแปงตั้งข้อสังเกตว่า เจ้าหน้าที่ในพระราชวังเป็นคนเคร่งครัดที่สุดที่จะไม่ฝ่าฝืน ใครได้กลิ่นหายใจก็รู้ว่าเขากินเหล้า และถ้ามีหลักฐานว่าเขาดื่มเหล้า ก็จะถูกพระเจ้าแผ่นดินลงพระอาญาอย่างหนักและลดตำแหน่งเพราะเชื่อได้ว่าคนที่เมาย่อมปล่อยตัวประกอบอาชญากรรมได้ทุกอย่าง    ในสมัยพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้ตราพระราชกำหนดใหม่ ให้ลงโทษคนที่ดื่มสุรา โดยการถอดออกจากราชการให้เป็นไพร่และสักหน้าผาก 

ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวสามารถอธิบายได้ว่า การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น ไม่ใช่วัฒนธรรมของคนไทย อย่างที่ผู้ประกอบการทางธุรกิจแอลกอฮอล์ หรือที่ใครหลายๆ คนมักชอบกล่าวอ้างในปัจจุบัน          

 

คนไทย ดื่มหนัก และ ดื่มในงานบุญ ตั้งแต่เมื่อไร

                ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เชื่อว่าชาวจีนเป็นชาติแรกที่นำสุรากลั่น หรือที่เรียกว่า เหล้าโรง มายังเมืองไทย   โรงสุราเหล่าอยู่ในชุมชนจีนและมีคนจีนผูกขาดทั้งการกลั่นและการขายเป็นส่วนใหญ่ และเชื่อว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ซึ่งทำให้สุรากลายเป็นสิ่งที่หาบริโภคได้ทั่วไปสำหรับคนไทย

                การผลิตและจำหน่ายสุราเป็นไปอย่างเสรีไม่มีการเก็บ อากรสุรา จนกระทั่งสมัยพระเจ้าปราสาททอง ต่อมาในสมัยพระนารายณ์มีการกำหนดพิกัดอากรสุรา  ในสมัยอยุธยาเกิดปัญหาการเก็บอากรสุราโดยรัฐไม่ทั่วถึง รายได้เข้าท้องพระคลังมีไม่มากพอ จึงเกิดระบบ เจ้าภาษีนายอากร เพื่อให้เอกชนประมูลสิทธิในการผูกขาดการเก็บภาษีอากรเป็นรายปีตามอัตราที่กฏหมาย กำหนด รวมทั้งออกตรวจและจับกุมชาวบ้านที่ต้มเหล้าเอง  ซึ่งเชื่อว่าระบบดังกล่าวจะช่วยควบคุมการผลิตสุราไม่ให้มากเกินไปจนราคาถูกหาซื้อได้ง่าย (พระไพศาล:26-30 )

                การต้มสุรากลั่นอย่างเป็นการค้าซบเซา หลังการล่มสลายของกรุงศรีอยุธยา มาเริ่มอีกครั้งสมัยพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกและมีการสร้างโรงกลั่นบางยี่ขัน โดยนายอากรสุราในรัชกาลนี้เอง เมื่อขึ้นรัชกาลพระพุทธเลิศหล้านภาลัยการบริโภคสุราเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะชาวจีนที่อพยพมาเมืองไทยในสมัยรัชกาลที่ 1 และ รัชกาลที่ 2  เพื่อใช้แรงงานทางเศรษฐกิจ เช่น ปลูกพืชเศรษฐกิจ ต่อเรือ ทำเหมือง ตลอดจนสร้างสาธารณูปโภคของรัฐ ทำให้เกิดการขยายตัวของการกลั่นสุราทั้งปริมาณที่ผลิตและท้องที่ที่ผลิต  สุรากลายเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ในชีวิตประจำวันรวมทั้งหาซื้อได้ง่าย วิธีการจำหน่ายโดยการใช้เรือไปตามคูคลองต่างๆ เพื่อเข้าถึงบ้านกลุ่มคนจีนเหล่านี้  ซึ่งการแพร่หลายของวิธีการจำหน่ายทำให้คนไทยในท้องถิ่นเข้าถึงและซื้อหาสุราได้ง่าย ไม่ต้องรอให้ข้าวเหลือเพื่อมาทำสุราแช่อีกต่อไป

ภายหลังที่ไทยทำสนธิสัญญาบาวริ่งกับอังกฤษในปีพ.ศ.2398 เกิดการหลั่งไหลของสุราจากต่างประเทศ ซึ่งมีราคาถูกมากเนื่องจากเก็บภาษีนำเข้าถูก

ปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัฐบาลยกเลิกให้สิทธิผูกขาดแก่นายอากรสุรา  โดยรัฐทำการจัดเก็บภาษีสุราเอง  การเปลี่ยนระบบใหม่ทำให้การจำหน่ายสุราแพร่หลายไปไกลขึ้น  ราษฎรซื้อหาสุราสะดวกขึ้น มีการส่งเสริมการขายโดยการมีนโยบายจากมหาดไทย สั่งให้สมุหเทศาภิบาลทุกมณฑลพยายามไม่ให้สถิติการจำหน่ายสุราตกต่ำลง  ให้พยายามทำรายได้สุราให้ได้มากที่สุด  บางมณฑลถึงกับสั่งผู้ว่าราชการทุกเมืองว่า หากเมืองใดการจำหน่ายสุราตกต่ำ จะไม่พิจารณาความดีความชอบ  ส่วนกระทรวงการคลังมีการสนับสนุนการขายด้วยการให้รางวัลแก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่สามารถทำการขายสุราในท้องถิ่นได้ประสบผล

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 การบริโภคสุราโดยเฉพาะสุรารัฐบาลเพิ่มขึ้นมาก อาจกล่าวได้ว่า ไม่เคยมียุคใดที่คนไทยบริโภคสุรามากเท่ายุคนี้ สุรากลายเป็นสื่อกลางเข้าสังคม เป็นเครื่องแสดงสถานภาพทางสังคมและฐานะ  แสดงความเป็นผู้ใหญ่ รวมถึแสดงถึงความเท่าเทียมระหว่างหญิงกับชาย 

การบริโภคสุรามิได้จำกัดอยู่เฉพาะในพิธีกรรมหรือในช่วงเทศกาลและโอกาสพิเศษอีกต่อไป สุรานำมาใช้เป็นเครื่องดื่มทุกโอกาส แม้แต่ งานบุญ ซึ่งไม่เคยดื่มสุรา เช่น บุญกฐิน บุญผ้าป่า หรือบุญมหาชาติ

 

ความหมายของคำว่า บุญ

                ในหนังสือฉลาดทำบุญ ของเครือข่ายพุทธิกา กล่าวว่า  บุญ มาจากคำศัพท์ภาษาบาลีว่า ปุญญะ  แปลว่า  เครื่องชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์  บุญเป็นเครื่องจำกัดสิ่งเศร้าหมองที่เรียกว่า กิเลส  ดังนั้นการทำบุญจึงเป็นการช่วยลด ละ เลิกความโลภ  ความเห็นแก่ตัว  ความมีใจคับแคบ  ความตระหนี่ถี่เหนียว  ความหวงแหนยึดติดลุ่มหลงในวัตถุสิ่งของและอบายมุข  ซึ่งเป็นสาเหตุของความทุกข์ให้ออกไปจากใจ  บุญทำให้ใจเป็นอิสระ  พร้อมก้าวไปในคุณงามความดี  เป็นการยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น

                ขณะเดียวกัน บุญเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดภาวะน่าบูชา  คนที่ทำบุญมักเป็นคนน่าบูชา  เพราะเป็นบุคคลที่มีคุณธรรมและความดีงาม  เมื่อได้ทำบุญแล้ว  จิตใจก็อิ่มเอม  เป็นสุขอย่างยั่งยืนและยาวนาน

 

ความหมายของคำว่า  ประเพณี

คำว่าประเพณี ตามพจนานุกรมภาษาไทยฉบับบัณฑิตยสถาน ได้กำหนดความหมายประเพณีไว้ว่า ขนบธรรมเนียมแบบแผน ซึ่งสามารถแยกคำต่างๆ ออกได้เป็น ขนบ มีความหมายว่า ระเบียบแบบอย่าง ธรรมเนียมมีความหมายว่า ที่นิยมใช้กันมา และเมื่อนำมารวมกันแล้วก็มีความหมายว่า ความประพฤติที่คนส่วนใหญ่ ยึดถือเป็นแบบแผน และได้ทำการปฏิบัติสืบต่อกันมา จนเป็นต้นแบบที่จะให้คนรุ่นต่อๆ ไปได้ประพฤติปฏิบัติตามกันต่อไป

 

นิยามความหมายของ บุญประเพณี

                บุญประเพณี ในนิยามความหมายที่เครือข่ายองค์กรงดเหล้านำมารณรงค์เพื่อให้ปลอดเหล้าในที่นี้จึงหมายความว่า แนวทางปฏิบัติสืบต่อกันมาที่ก่อให้เกิดการชำระล้างสิ่งไม่ดี และประกอบกุศลกรรม ทำสิ่งดี  ซึ่งเครือข่ายองค์กรงดเหล้าต้องการรณรงค์ให้คนในสังคมตระหนักถึงทุกประเพณีที่เปื้อนน้ำเมาอยู่ว่า นอกจาก ไม่เป็นบุญ ไม่ก่อให้เกิดกรรมดี ไม่ก่อให้เกิดกุศล แล้วยัง เป็นต้นทางของอกุศลกรรม หรือบาป หรือสิ่งเลวร้ายทั้งปวง ในสังคมไทยมากมาย อีกด้วย   จึงขอเชิญทุกคนในสังคมมาร่วมมือกันทำให้ บุญประเพณีปลอดเหล้า  เพื่อให้ประเพณีดังกล่าวนั้นเป็นกุศล  เป็นกรรมดี สืบต่อไป

 

ทำไม เลี้ยงเหล้าในงานบุญประเพณี = บาป

                โอวาทปาฏิโมกข์  เป็นคำสอนอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา   ในการปฏิบัติตนไปสู่พระนิพพาน  ซึ่งมีความสำคัญอยู่ 3 ประการ

1.       การไม่ทำความชั่ว

2.       การบำเพ็ญแต่ความดี

3.       การทำจิตใจของตนให้ผ่องใส

คำสอนดังกล่าว  เป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดในเรื่องงานบุญประเพณีที่แท้จริง  ที่เน้นการ

ชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์  ด้วยการลด ละ เลิก การทำความชั่วทำบาปทั้งปวง  ก่อนที่จะเริ่มทำบุญสร้างคุณงามความดี แต่เป็นเรื่องน่าวิตก และเสียดายเป็นอย่างมาก  ที่ปัจจุบันคุณค่าของงานบุญประเพณี กลับผิดเพี้ยนไป  เป็น งานบุญ...เหล้าเบียร์เพียบ ด้วยค่านิยมและความเชื่อที่ไปยึดติดและลุ่มหลงในกิเลสและอบายมุขซึ่งแปลว่า “ปากทางหรือหัวหน้าแห่งความเสื่อม” แปลสำนวนพระพยอม ก็คือ “หัวหน้านรก” ซึ่งเข้ากันไม่ได้กับบุญประเพณีอย่างแน่นอน อีกทั้งมีความเข้าใจผิดว่าเจ้าภาพ ต้องเลี้ยงอาหารหรูๆ มีเหล้ายาปลาปิ้งมากมายจึงจะเรียกว่าทำบุญใหญ่และสามารถเรียกคนมา ร่วมงานบุญได้โดยอาจจะหวังให้คนที่ มาทำบุญใส่ซองกันมากๆซึ่งแทนที่จะเป็นการถวายเงินทำบุญให้วัดเจ้าภาพกลับต้องเอามาจ่ายเป็นค่าอาหาร และ น้ำเมาที่จัดเลี้ยง มากกว่าเงินถวายวัด เสียอีก  ซึ่งการทำบุญลักษณะดังกล่าวจัดอยู่ในประเภทที่หลวงพ่อพุทธทาสเรียกว่า  การทำบุญด้วยการทำบาป  ซึ่งเหมือนเอาน้ำโคลน  น้ำเน่า มาชำระล้าง  ตัวจะสะอาดได้อย่างไร

 

<<< ก่อนหน้า- ถัดไป >>>


จำนวนคนอ่าน 8297 คน จำนวนคนโหวต 8 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 8 คน
ไม่เห็นด้วย 0 คน

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง

แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
ข้อความ :
 *