ผู้ลงนามงดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2553
จำนวนผู้ลงนาม Online  4593  คน
  ร่วมลงนามงดเหล้าได้ที่นี่
 
เมนูหลัก
English Version
หน้าแรก
เกี่ยวกับโครงการรณรงค์
เว็บบอร์ด Stopdrink
จดหมายข่าว
เอกสารสิ่งพิมพ์
ดาวน์โหลดสื่อร่วมรณรงค์
ขอสื่อร่วมรณรงค์
ข้อมูลเครือข่าย
ติดต่อเรา
รวมลิงค์
 
ข่าว
ข่าวรอบสัปดาห์
ข่าวรณรงค์
ข่าวผลจากแอลกอฮอล์
ข่าวต่างประเทศ
ข่าวจากภาคี
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง
ประกาศจัดซื้อจัดจ้างผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ 12-16 พ.ค 53
 
ค้นหาข่าวทั้งหมด
   
นู๋จุกมาแว้วววว.....
 
รณรงค์เลิกเหล้า
งดน้ำเมาในงานบุญประเพณี 12 เดือน
การสนับสนุนบังคับใช้กฎหมายและนโยบาย
งดเหล้าเข้าพรรษา
ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่
กลุ่มแท็กซี่สามล้อและโชเฟอร์รถสาธารณะ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม
ชุมชนต้นแบบ
 
เสียงสะท้อยจากเยาวชน
เสียงที่ 1
เสียงที่ 2
เสียงที่ 3
เสียงที่ 4
 
Games
 
 
 
ข่าวรอบสัปดาห์
สธ.ชงตั้ง "ศูนย์คุมเหล้าระดับอินเตอร์" เผยคนไทยเริ่มสูบ-ดื่ม อายุน้อยลง
29 กรกฎาคม 2553

แฟ้มภาพ

       “พรรณสิริ” ย้ำ ทุกจังหวัดเข้มมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ ตามกฎหมาย 3 ฉบับ หวังลดนักดื่มนักสูบหน้าใหม่ ข้อมูลล่าสุด คนไทยก้าวสู่การเป็นนักสูบและนักดื่มหน้าใหม่เร็วขึ้น อายุเฉลี่ยแค่ 16.8 ปี และ 17.2 ปี วางแผนปี 54 ตั้งศูนย์ประสานงานป้องกันควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่าง ประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนรวบรวมข้อมูลข่าวสารให้ทันเหตุการณ์ และเป็นสากล สร้างบุคคลต้นแบบที่ผลักดันใช้กฎหมายเหล้าสำเร็จ และเดินหน้าสถานบริการสาธารณสุขทุกแห่งปลอดบุหรี่ 100 เปอร์เซ็นต์
       
       วันนี้ (28 ก.ค.) ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กทม. ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังเปิดการประชุมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจากสำนักงานสาธารณ สุขอำเภอ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานป้องกันควบคุมโรค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศประมาณ 400 คน เพื่อสรุปผลการดำเนินงานการบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมการบริโภคเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์และยาสูบระดับพื้นที่ ว่า พิษภัยที่เกิดจากการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นปัญหาสำคัญของประเทศ ทำให้เกิดความพิการและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ซึ่งรัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาฟื้นฟูเป็นจำนวนมาก กระทรวงสาธารณสุขได้มอบนโยบายให้กรมควบคุมโรคเป็นหน่วยงานหลัก ทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายระดับพื้นที่ ซึ่งมีพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งตามกฎหมายทั้งในส่วนกลางและ ภูมิภาคกระจายอยู่ในทุกจังหวัด ให้บังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.ทั้ง 3 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2535 พ.ร.บ.คุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ.2535 และ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อย่างจริงจัง
       
       นางพรรณสิริ กล่าวต่อไปว่า เนื่องจากบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสินค้าที่ทำลายสุขภาพ และทุกประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับผลกระทบที่ส่งผลรุนแรง คือ การป่วยและเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง โดยทั่วโลกมีคนสูบบุหรี่ 1,100 ล้านคน และมีคนดื่มเหล้าประมาณ 2,000 ล้านคน ซึ่งประเทศไทยได้เร่งแก้ไขทั้งการบังคับใช้กฎหมาย และการเร่งให้ความรู้ปรับเปลี่ยนค่านิยมของคนไทย เพื่อสกัดนักสูบนักดื่มหน้าใหม่ ผลการสำรวจล่าสุดของสำนักงานสถิติแห่งชาติเมื่อ พ.ศ.2550 พบคนไทยก้าวสู่วงจรการเป็นนักดื่มนักสูบเร็วขึ้นเรื่อยๆ ในกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-24 ปี ที่สูบบุหรี่ ดื่มสุราในขณะนี้ เฉลี่ยเริ่มสูบเมื่ออายุเพียง 16.8 ปี เริ่มดื่มเฉลี่ย 17.2 ปี ในขณะที่กลุ่มนักสูบ นักดื่มที่อายุ 60 ปีขึ้นไป เฉลี่ยเริ่มสูบอายุ 19.3 ปี เริ่มดื่มอายุเฉลี่ย 23.9 ปี
       
       โดยในปี 2554 กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายจะตั้งศูนย์ประสานงานควบคุมป้องกันการโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาเป็นช่องทางแลกเปลี่ยนข่าวสาร การควบคุมป้องกันการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รวมทั้งกฎหมายกับต่างประเทศ และปรับข้อมูลข่าวสารให้ทันสมัย ทันเหตุการณ์และเป็นสากล และสร้างบุคคลต้นแบบหรือไอดอล (Idol) เป็นบุคคลตัวอย่างที่ผลักดันดำเนินการบังคับใช้กฎหมายควบคุมเหล้าได้สำเร็จ เพื่อเกิดแรงจูงใจและเป็นขวัญกำลังใจให้ผู้ที่ทุ่มเทเสียสละในการทำงาน เพื่อสร้างสังคมไทย เป็นสังคมแห่งการปลอดภัยจากเหล้า ส่วนบุหรี่ตั้งเป้าให้สถานบริการสาธารณสุขทุกแห่ง ตั้งแต่สถานีอนามัย หรือโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลทุกระดับ เป็นสถานที่ปลอดบุหรี่ 100 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2554 ขณะนี้อยู่ระหว่างการกำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินงาน
       
       ด้านนพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ล่าสุด ในปี 2550 พบคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ซึ่งมี 51.2 ล้านคน สูบทั้งบุหรี่และดื่มสุราด้วย ร้อยละ 14.7 หรือประมาณเกือบ 8 ล้านคน โดยมีผู้สูบบุหรี่ 10.8 ล้านคน ในจำนวนนี้สูบทุกวัน 9.4 ล้านคน และมีผู้ดื่มสุรา 14.9 ล้านคน โดยกลุ่มวัยทำงานอายุ 25-59 ปี ดื่มร้อยละ 34 ซึ่งสูงกว่ากลุ่มอื่น ที่น่าห่วงคือ กลุ่มเยาวชนวัยรุ่นมีแนวโน้มการดื่มมากขึ้นพบร้อยละ 22 คือ ดื่ม 2 ล้านกว่าคน เหตุผลที่ดื่มเหล้าอันดับ 1 คือ เพื่อสังคม/การสังสรรค์ ร้อยละ 41 รองลงมา คือ อยากทดลองประมาณร้อยละ 30 ส่วนเหตุผลการสูบบุหรี่ อันดับ 1 คือ อยากลองประมาณร้อยละ 55 รองลงมา คือ เพื่อเข้าสังคมประมาณร้อยละ 26
       
       นพ.ศิริวัฒน์ กล่าวต่อว่า มาตรการสำคัญในการควบคุมการบริโภคยาสูบที่นำมาใช้ขณะนี้ ได้แก่ ห้ามขายบุหรี่แก่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ห้ามขายสินค้า หรือให้บริการโดยมีการแจก แถม ให้ผลิตภัณฑ์ยาสูบ หรือแลกเปลี่ยนกับผลิตภัณฑ์ยาสูบ ห้ามขายผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยแจก แถม ให้ หรือแลกเปลี่ยนกับสินค้าอื่นหรือให้บริการอย่างอื่นประกอบ ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าจะต้องจัดทำภาพและข้อความคำเตือนพร้อมเบอร์โทรเลิก บุหรี่ 1600 ลงบนซองบุหรี่ซิกาแรต ห้ามแจกผลิตภัณฑ์ยาสูบในลักษณะเป็นตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ยาสูบ เพื่อให้แพร่หลาย หรือจูงใจสาธารณชนให้เสพผลิตภัณฑ์ยาสูบนั้น ห้ามโฆษณาสินค้าที่ใช้ชื่อ หรือเครื่องหมายผลิตภัณฑ์ยาสูบเป็นเครื่องหมายของสินค้านั้นในลักษณะที่อาจ ทำให้เข้าใจได้ว่าหมายถึงผลิตภัณฑ์ยาสูบ รวมทั้งห้ามขายผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ไม่แสดงภาพและข้อความคำเตือน
       
       ส่วนมาตรการควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่นำมาใช้ ได้แก่ การห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี ห้ามดื่มและห้ามขายในสวนสาธารณะและสถานที่ราชการ เป็นต้น ซึ่งขณะนี้ทุกจังหวัดมีพนักงานเจ้าหน้าที่ที่แต่งตั้งตามกฎหมายจากหน่วยงาน ต่างๆ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค คอยรับเรื่องร้องเรียน และให้คำปรึกษาข้อกฎหมาย เฝ้าระวัง และตรวจเตือน ตรวจจับ ดำเนินคดีกับผู้ละเมิดกฎหมาย และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สาระสำคัญของกฎหมาย เพื่อลดจำนวนนักดื่มนักสูบหน้าใหม่ และลดปริมาณการดื่มการสูบในผู้ที่เสพอยู่แล้ว โดยหากพบเห็นผู้กระทำผิดกฎหมายในส่วนกลาง ประชาชนสามารถแจ้งได้ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนสุราและบุหรี่ โทร.0-2590-3342 โทรสาร 0-2590-3016 และในเรื่องบุหรี่สามารถแจ้งได้ที่สำนักควบคุมการบริโภคยาสูบ โทร.0-2580-9264 หรือ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โทร.1422 หรือ กทม.โทร.1555 ส่วนต่างจังหวัดแจ้งได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง


จำนวนคนอ่าน 685 คน จำนวนคนโหวต 2 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 0 คน
ไม่เห็นด้วย 2 คน

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง

แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
ข้อความ :
 *